ผักและสมุนไพรพื้นเมืองภาคกลาง
ควินิน
ชื่ออื่น: ขี้นิน ผักควินิน (ภาคอีสาน) คิวนิน (ภาคกลาง) สะเดาอินเดีย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:
ต้นต้นไม้ยืนอายุหลายปี สูง 8-12 เมตร แตกกิ่งแขนง เปลือกต้นมีสีน้ำตาลแกมเทา
ใบ ใบประกอบแบบขนนกลักษณะและการเรียงตัวเช่นเดียวกับสะเดาบ้านแต่ใบสีเขียวแก่ หนาเป็นมันวาว ใบย่อยโค้งเป็นรูปเคียวกว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. ใบหยักเป็นคลื่นขอบใบจัก
ดอก สีขาว ดอกเป็นช่อออกตามปลายกิ่ง
ผล ผลค่อนข้างกลม เมื่อสุกจะมีสีเหลือง มีกลิ่นหอม
เมล็ด เมล็ดเรียว สีขาวขุ่น หนึ่งผลมีเมล็ดเดี่ยว
การขยายพันธุ์: เมล็ด
การใช้ประโยชน์
ทางอาหาร ขมกว่าสะเดา ใบอ่อนนำมาลวกเผาไฟ กินกับลาบ ป่น ก้อย แจ่ว ส้มตำ
ทางยา ใบ แก่น ต้มใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย ใบใช้เป็นยาฆ่าแมลง ใบต้มแก้โรคเบาหวาน
ดอกแก้พิษโลหิตกำเดา แก้ริดสีดวงในลำคอ ผลรสขมเย็นบำรุงหัวใจไม่เต้นเป็นปกติ
การใช้สอยอื่น ทำเฟอร์นิเจอร์ เสาบ้าน
เทียนตาตั๊กแตน (ผักชีลาว)
ผักชีตั๊กแตนผักชีเทียน(พิจิตร)ผักชีเมือง(น่าน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anethum graveolens L.
ชื่อวงศ์: UMBELLIFERAE
ชื่อสามัญ: Dill
ลักษณะ: พืชล้มลุกมีอายุ 1-2 ปี ลำต้นเรียบและตรง มีรูกลวงตลอดความยาว ใบประกอบแบบขนนก ดอกเป็นช่อออกจากฐานเดียวกัน
กลีบดอกโค้งเข้า ปลายกลีบมีหยักเว้า ผลรูปรี มีขอบนูนขึ้นมาเป็น 3 แนวที่ด้านหลังเมล็ด
สรรพคุณ: ขับลม บำรุงกำลัง แก้เส้นศูนย์กลางท้องพิการ แก้ชีพจรอ่อนหรือพิการ แก้นอนสะดุ้งผวา แก้เสมหะพิการ แก้กำเดา
ยาพื้นบ้าน : ทั้งต้น ผสมผักชีลาวทั้งต้น ต้มน้ำดื่มแก้หวัด ตำรายาไทยใช้ ผล บำรุงกำลัง ขับลม เส้นท้องพิการ แก้นอนสะดุ้ง คลุ้มคลั่ง
ผักอีฮีน
ชื่อทั่วไป : ผักขาเขียด
ชื่อไทย : นิลุบล ผักอีฮีน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Monochoria vaginalis (Burm.f.) Presl.
ชื่อวงศ์ : PONTEDERIACEAE
ประเภท : ไม้น้ำ
ประเภท/ชีพจักร : ใบกว้าง/อายุปีเดียว
ลักษณะเด่น : ก้านใบและใบคล้ายขาเขียดลักษณะทั่วไปคล้ายผักตบชวา
ส่วนขยายพันธุ์ : เมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินชื้นแฉะหรือน้ำขัง
นิเวศนาข้าวที่ระบาด : นาดำและนาหว่านน้ำตม
ลักษณะวิสัย : ผักขาเขียดเป็นไม้น้ำจำพวกผักตับ มีลักษณะเหมือนผักตบไทยแต่มีขนาดเล็กกว่า ใบเรียวยาว เกิดตามที่มีน้ำขัง เป็นพืชสะเทินน้ำสะเทินบกอายุฤดูเดียว ชอบขึ้นในที่น้ำท่วมขังตื้น ๆ เช่น
ในนาข้าว ใบเป็นใบเดี่ยวมีรูปร่างหลายแบบตั้งแร่รูปแคบยาวคล้ายหอก จนถึงรูปไข่ปลายใบแหลม
ฐานใบเป็นรูปหัวใจ ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน แตกแบบสลับกันเป็น แถบก้านใบยาวโคนก้านแผ่ออกเป็นกาบ ดอกออกเป็นช่อตั้งตรง มีดอกย่อย 2-5 ดอก กลีบดอกสีม่วง มี 6 กลีบ มีเมล็ดมาก
ประโยชน์ : ทางอาหาร - ดอกอ่อนและก้านใบรับประทานได้
ทางยา - ใบ คั้นเอาน้ำดื่มแก้ไอ ขับปัสสาวะ ตำพอกฝี
ข่อย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streblus asper Lour.
ชื่อสามัญ : Siamese rough bush
ชื่อวงศ์ : MORACEAE
ชื่ออื่นๆ : ส้มผ่อ (อีสาน) กักไม้ฝอย (เหนือ) สัมพอ (เลย) บรอย ขันตา (ใต้)
สะนาย (เขมร) ตองขะแหน (กาญจนบุรี)
ลักษณะทั่วไป : ข่อย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกบางเกลี้ยงสีออกเทาอมเขียว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม
ใบ - เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ขนาดเท่าใบพุทรา หนาสากเหมือนกระดาษทราย อบใบจะหยักแบบซี่ฟัน
ดอก - ดอกตัวผู้จะรวมกันเป็นช่อดอก แบบหัวกลมและมีก้านดอกที่สั้น มีสีเหลืองอมเขียว หรือเกือบจะขาว ส่วนดอกตัวเมียนั้นก้านดอกจะยาว และมักจะออกเป็นคู่สีเขียว
ผล - มีขนาดเล็กสีเขียว เมื่อสุกมีสีเหลือง ผิวนิ่มใส เนื้อรสหวานเมา
เมล็ด - แข็งกลมเท่าเมล็ดพริกไทย
สรรพคุณ : ใบและเปลือกตำผสมข้าวสารคั้นเอาน้ำดื่มครึ่งถ้วยชา ให้อาเจียนถอนพิษยาเบื่อ ยาเมาหรืออาหารแสลง ชงกับน้ำร้อนดื่มระบายท้อง แก้ปวดท้องขณะมีประจำเดือน แก้ปวดเมื่อยบำรุงธาตุ ขับผายลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เจริญอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ
ผักเสี้ยน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cleome gynandra Linn.
ชื่อวงศ์ : CLEOMACEAE
ชื่อสามัญ : Wild Spider Flower
ชื่อพ้อง : Gynandropsis gynandra Briq., G. pentaphylla (L.) DC.
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ต้น เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 1 - 2 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขารอบต้น ลำต้นทีขนอ่อนปกคลุม จับดูจะเหนียวติดมือ ใบ เป็นใบประกอบ ก้านหนึ่งจะมีใบย่อยอยู่ประมาณ 3-5 ใบ เรียงกันคล้ายรูปนิ้วมือ ใบย่อยแต่ละใบขนาดไม่เท่ากัน เกิดจากจุดเดียวกัน ก้านใบยาว ใบมีขนอ่อนปกคลุมคล้ายกับลำต้น ดอก ออกเป็นช่อ อยู่ส่วนยอดของก้าน ดอกที่อยู่กลางช่อดอกจะบานก่อน ก้านดอกย่อยเรียวเล็ก กลีบดอกมีสีขาว หรือขาวอมม่วงอ่อน มี 4 กลีบ ก้านชูเกสรยาว ผล เป็นฝักเรียวยาว แก่แล้วจะแตกออก เมล็ด มีสีน้ำตาลหรือสีดำ รูปร่างกลมแบนคล้ายรูปไตหลายเมล็ด
สรรพคุณ
ต้น ขับโลหิตระดูที่เน่าเสีย ใบ ตำพอกทาแก้ปวดเมื่อย เรียกเลือดมาเลี้ยงผิวหนัง น้ำคั้นจากใบมาผสมกับน้ำมันเป็นยาแก้ปวดหู หรือตำพอกฝีไม่ให้เป็นหนอง เมล็ด นำมาชงช่วยขับเสมหะขับพยาธิไส้เดือน
ที่มา http://natureherbel.awardspace.com/NorthEatern.html



.jpg)
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น